Categories

กลับมาแว้ว ;w;

posted on 04 Aug 2011 11:10 by horus  in EH

งานยุ่งโคตร... ไม่มีเวลากลับมาโรลเล่นเลย

แต่เห็นเปิดอีเวนท์ใหญ่ เลยอดใจไม่ได้ที่จะกลับมา

กลับมาแล้วครับ = =/

/me โดนลูกสาวค้อน orz

ปล.อัพเลวมาก...

edit @ 4 Aug 2011 11:13:59 by Horus

[...จะได้ไม่ลืม]
 
วันนี้เป็นวันตรุษจีน
 
หมาที่บ้านผมตาย
 
มันชื่อบิ๊กบี้ (น้องสาวคนเล็กตั้งชื่อให้) เป็นสุนัขบางแก้วพันธุ์ไม่แท้เท่าไหร่
บิ๊กบี้ชอบฟัดกับงูเห่าที่มักจะเจอในบ้านสวนของผมเสมอ เป็นหมาฆ่างูประจำบ้านที่ฟัดงูมาแล้วเกือบ10ตัว
 
ผมคิดว่ามันโดนงูกัด
 
มันไม่ได้แสดงอาการอะไรให้เห็น บาดแผลก็ไม่เห็น เรารู้ว่ามันมีปัญหาก็เมือมันนอนนิ่งอยู่กลางสวนที่บ้านไม่ขยับเขยื้อน
 
ไปดูใกล้ๆ ตาของมันเบิ่งค้าง ไม่หายใจแล้ว
 
----------------------------------------
 
บิ๊กบี้กับผมไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่... แต่มันก็ยอมรับในความมีตัวตนของผม
เวลาเดินผ่านก็เห่าบ้างแต่พอไปใกล้ๆก็จะกระดิกหางเดินเข้ามาทักทาย แต่ก็นั่นแหละ พอเริ่มจะเกาคางเกาพุงเมื่อไหร่มันจะถอยกรูดออกไปทันที
 
เป็นหมาที่มีโลกส่วนตัวสูง
ปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดของเราคือการเอาอาหารไปให้มันกินในบ้างครั้ง เฉพาะช่วงที่ผมได้มีเวลาเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้าน
 
แต่กระนั้นผมก็ยังรู้สึกอาลัยอยู่ดี ยิ่งรู้สึกแย่เมื่อได้เห็นมุมที่มันเคยอยู่ กับถาดอาหารประจำตัวและสายผูกคอที่ไม่มีเจ้าของอยู่ตรงนั้น
 
ผมขณะที่ผมนั่งคุกเข่ามองร่างของบิ๊กบี้ ผมยินเสียงครางหงิงมาจากด้านข้างของผม
 
 
มันเป็นสุนัขบางแก้วเช่นกัน ดูเหมือนจะเป็นพันธุ์แท้(เขาว่าอย่างนั้น) มันมีลายสีดำพาดบนหน้าจนยากที่จะมองเห็นหน้าตามันในความมืด
 
ถ้าเป็นวันก่อนๆหน้านี้ ผมคงจะสะดุ้งถอยออกไป
แต่วันนี้ ผมเอื้อมแขนคว้ามันมากอด
 
----------------------------------
 
มันชื่อ "หมี" (น้องสาวคนเล็กของผมตั้งชื่อให้เช่นกัน - ผมหลุดขำในครั้งแรกที่ได้ยิน หมา ชื่อ หมี...)
 
หมีเป็นหมาที่เรารับมาในช่วงตรุษจีน - ช่วงเวลานี้ - เมื่อปีที่แล้ว ครั้งแรกที่เราเห็นมันเป็นน้องหมาตัวเล็กตาแป๋วหน้าตาน่าเอ็นดูมาก แต่หน้ามันค่อนข้างสั้นและกว้างออกด้านข้างประกอบกับขนบนใบหน้าสีดำ อาจจะเป็นสาเหตุของชื่อหมีก็ได้
 
ผมสนิทกับหมีในช่วงแรกที่เราเจอกัน (อย่างน้อยก็ในความคิดของผม) หมีในเวลานั้นเป็นลูกหมาที่ขี้ง่วงมาก มันชอบเดินไปนอนในที่ต่างๆ แต่ผมก็ชอบอุ้มมันมานอนต่อบนตักในขณะที่ผมนั่งทำงาน
ผมอยู่กับมันได้ไม่ถึงอาทิตย์ ก็ต้องเดินทางไปทำงานต่อที่กรุงเทพ ก็เลยไม่ได้เจอกันอีกเลย
 
จนกระทั่งช่วงปลายปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้กลับมาบ้านอีกครั้ง ได้เจอกับหมาที่ชื่อหมี (เรียกชื่อเฉยๆพาลจะสับสนว่าผมเจอหมาหรือเจอหมี... อืม ยิ่งพูดยิ่งงง)
 
ตอนนี้มันเติบโตสูงใหญ่เท่าที่บางแก้วจะสูงได้ กลายเป็นบางแก้วหนุ่มเต็มตัว ผมตั้งใจจะเข้าไปลูบหัวทักทายมัน...
 
คราวนี้มันแยกเขี้ยวใส่ผม
 
ผมเจอหมามานักต่อนักแล้วและผมก็พอรู้ว่าเสียงเห่าแบบนี้มันไม่ใช่เห่าต้อนรับ เห่าดีใจ หรือเห่าคนแปลกหน้าเฉยๆ
 
มันเป็นการเห่าเพื่อเตือนก่อนจะกัดครับ...
 
ผมถอยกรูดกลับมาอย่างไม่เป็นขบวน พ่อเล่าให้ฟังว่าหมีได้ฝากรอยเขี้ยวไว้กับใครก็ตามที่เดินทะเล่อทะล่าเข้าบ้านเรามานักต่อนักแล้ว และผมอาจจะกลายเป็นหนึ่งในนั้น
 
มันจำผมไม่ได้...
 
ยุทธการตีสนิทจึงเริ่มขึ้นในทุกๆครั้งที่ผมมีโอกาสได้กลับบ้าน ด้วยมายาเล่ห์กลต่างๆที่มนุษย์พอจะสรรหามาตีสนิทกับหมาได้ เดินมาเจอมันพร้อมกับคนที่บ้านบ้าง ให้อาหารมันบ้าง (ต้องระวังมือทุกครั้งเพราะมันทำท่าจะงับมืออยู่เรื่อย...)
 
หลังจากความพยายามมานาน ในที่สุดในวันที่ 2 กุมภาพันธ์เวลา 22 นาฬิกาเศษ ผมก็ทำสำเร็จ! ผมสามารถลูบหัว เกาคาง เกาพุง ถอนหมัดบนตัวหมีได้โดยมันไม่แสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์อีกแล้ว!!!
 
-----------------------------------------
 
เราพบร่างของบิ๊กบี้ในวันเดียวกัน ก่อนเที่ยงคืนนิดเดียว... สารภาพว่าช๊อค
 
เมื่อไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผมเพิ่งจะดีใจเพราะสัตว์เลี้ยง เวลานี้ผมกำลังเสียใจเพราะสัตว์เลี้ยงอีกตัว เหมือนกับผมกำลังดูหนังเรื่องหนึ่งที่พระเอกสารภาพรักกับนางเอกได้สำเร็จ แต่นางเอกกลับมารถคว่ำตายในอีก 2 ฉากให้หลัง
 
ผมนั่งมองร่างของบิ๊กบี้อยู่พักใหญ่ๆ หมีก็มองไปทางนั้นเหมือนกัน
 
ผมไม่แน่ใจว่ามันกำลังรู้สึกอะไร
 
มันอาจจะกำลังสับสนที่เห็นลูกพี่ของมันนอนนิ่งไม่ขยับ ไม่เห่า ไม่ทะเลาะกับมันอีก ผมไม่รู้ว่ามันเข้าใจความหมายของความตายหรือเปล่า แต่มันก็นั่งอยู่ตรงนั้น ส่งเสียงครางหงิงเบาๆ
 
ผมคว้าหมีมากอดแน่น หมาชื่อหมีที่เคยพยายามงับขาผมอยู่เรื่อย ในเวลานี้ยอมให้ผมกอดโดยไม่ขัดขืน...
 
ผมเสียใจ
 
แต่ผมก็รู้สึกโชคดีที่ผมมีเพื่อนอยู่ใกล้ๆ
 
(RIP)

edit @ 3 Feb 2011 02:28:06 by Horus

[EH] Chap-1:Departure (Erika Ignacia)

posted on 15 Jan 2011 19:35 by horus  in EH

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

 

======================

ผู้ปรากฏตัวใน entry นี้ได้แก่
Verochka Pantherov (ตัวละคร)
Anastasiya Bogdan (ถูกกล่าวถึง)
Array Flutless (ถูกกล่าวถึง)
 
 
======================
 
 
 
'หิวจังเลย...'

เอริก้ารำพึงเสียงอ่อย มือพลางลูบหน้าท้องเพรียวบางที่ไม่ได้เกิดจากความจงใจ เสียงท้องร้องโครกครากฟังดูเหมือนสิงโตคำรามมากขึ้นทุกที
เธอแหงนมองสัมภาระที่อยู่ข้างตัว จริงอยู่ที่เธอได้พกน้ำและอาหารแห้งติดตัวมาด้วย แต่เธอก็คาดไม่ถึงว่าการเดินทางจากเดิร์มแสตรงสู่ฮอกวอร์ตจะใช้เวลามากขนาดนี้ แม้จะปันส่วนอาหารไว้กินอย่างประหยัดแต่สิ่งที่เหลืออยู่ในขณะนี้มีเพียงแครกเกอร์พ่อมดสองชิ้นกับน้ำ 1 ขวดเท่านั้น

การอดตายในเงามืดของห้องสัมภาระเรือโดยสารสถาบันเดิร์มแสตรงเป็นสิ่งที่เอริก้าไม่อยากคิดถึง จริงอยู่ที่ในห้องสัมภาระอาจจะมีเสบียงอาหารสำหรับลูกเรือเก็บไว้

แต่จะมีใครรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้...

เสียงครืนครางในท้องดังขึ้น

จะมีใครรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ไม่...

เสียงครืนครางในท้องดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

จะมีใครรู้ว่า...

เสียงครืนครางในท้องดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้มันดังกังวานในห้องที่เงียบสงัดจนเอริก้ากังวลว่าจะมีใครได้ยินหรือเปล่า

นี่ถ้าฉันมาโดนจับได้เพราะเสียงท้องร้อง รู้ถึงไหนอายถึงนั่นเลยนะ!!! เอริก้าเกิดความรู้สึกสังเวชตัวเองทันที สายตาเริ่มจดจ้องไปยังลังเสบียงที่อยู่ห่างไปแค่เอื้อมเท่านั้น

...ลังนั้นเขียนว่า "ช๊อคโกแล็ตฮันนี่ดยุค : หากถูกผู้คุมวิญญาณจู่โจม จงเสพโดยพลัน!"

...

สักนิดคงไม่มีใครจับได้มั้ง...

ขณะที่มือน้อยๆของเธอจวนจะเอื้อมถึงลังช๊อคโกแล็ตเต็มที เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นภายนอก ทำให้เอริก้าต้องสะดุ้งสุดตัวและตะกายร่างหลบลงสู่เงามืดทันที

ลูกเรือหรือ? เอริก้าคิด เธอผ่อนลมหายใจลงให้แผ่วเบา มือข้างหนึ่งเตรียมพร้อมคฑาเวทไว้ มาทำอะไรเวลาอย่างนี้นะ?

"ว่าไงนะ อ๋อ...กลิ่นมาสิ้นสุดที่นี่เหรอ? เข้าใจแล้ว เราเข้าไปหากันเถอะ"

กลิ่น? เข้ามาหา? เดี๋ยวก่อน!? มีคนรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่แล้วเหรอ?

เสียงประตูเปิดออก ตามด้วยเสียงกระพือปีก และเสียงฝีเท้าหนักๆคู่หนึ่ง

เสียงกระพือปีกนั้นทำให้เธอระลึกได้ถึงบางสิ่ง เป็นปลายเปิดเดียวของสิ่งที่เธอเตรียมการไว้
ออสมันด์...เธอทำให้ฉันลำบากอีกแล้วนะ

" ทางนี้เหรอ? "

มาแล้ว?!? ทำยังไงดี?! ทำยังไงดี?! ไม่เคยคิดว่าจะโดนพบเร็วขนาดนี้ด้วย! จริงสิ! หายตัวก็สิ้นเรื่อง!
corpus videntur!

สิ้นคำร่าย ร่างของเอริก้าก็ค่อยๆหายไป แม้จะไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ในที่มืดเช่นนี้ควรจะทำให้คาถามีประสิทธิภาพมากขึ้น... เธอยืนนิ่ง เฝ้ารอ

แล้วเจ้าของเสียงฝีเท้าคู่นั้นก็เดินเข้ามาหยุดห่างจากเธอไม่ถึงช่วงตัว

อาจารย์เวรอช์ก้า? ไม่ยักรู้ว่าอาจารย์จะมาคุมพวกเรา?

เด็กสาวยืนตัวแข็ง พยายามหายใจด้วยเสียงเบาที่สุด เสี่ยงเกินไปที่จะขยับตัวในเวลาอย่างนี้ ถ้าส่งเสียงอะไรออกไปต้องโดนจับได้แน่ เราต้อง

"จ๊อออกกกก"

ว่าแล้ว!!! เอริก้าอุทานในใจอย่างเศร้าโศก ที่คิดไว้ไม่ผิดจริงๆด้วย!!!


"ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!!" หญิงร่างยักษ์หยิบไม้คฑาออกมาพร้อมเปล่งเสียงอย่างห้าวหาญ ในสายตาของเอริก้าตอนนี้ตีความว่าเธอพร้อมจะฆ่าทุกคนที่โผล่หน้าออกมา!

ถ้าโผล่ออกไปตายแน่!! ต้องกลบเกลื่อน... ใช่แล้ว! แปลงร่างไงล่ะ!? คำร่ายว่ายังไงนะ ไม่ได้ใช้นานแล้ว อืม...
Traditum fera!!

ครู่หนึ่งหลังจากนั้น ก็มีเงาตะคุ่มปรากฏขึ้นที่คลองสายตาของศจ.หญิง เมื่อหันไปมอง เธอก็พบลูกเสือโคร่งขาวความสูงเท่าหน้าแข้งขึ้นตรงหน้า เธอมองมันด้วยความฉงนอยู่ครู่หนึ่้ง...


"เมี๊ยว..." เอริก้าในร่างลูกเสือส่งเสียงร้องแก้เก้อ


"เสือโคร่งไซบีเรียมาทำอะไรในห้องสัมภาระใต้ทะเลลึก 10,000 ฟุตกันจ๊ะ?" อาจารย์หญิงร่างยักษ์ก้มลง ยิ้มถามเสือตนนั้น


"เอ่อ...."

............................

"ฮะๆๆๆ เธอก็เลยแอบอยู่ตรงนั้น แถมไม่ออกไปไหนมา 5 วันเหรอ!?"

ศจ.เวรอช์ก้าทวนสิ่งที่เอริก้าเล่า แทบจะลงไปกองบนพื้นโรงอาหารด้วยความขำ ในขณะที่เอริก้าที่กำลังหน้าแดงหูแดงเป็นลูกตำลึงสุกก็ได้แต่ซดซุปมะเขือเทศ แทะขนมปังก้อนอย่างเขินๆระคนเสียมิได้ โชคดีที่เป็นเวลาค่ำมีคนอยู่ในโรงอาหารไม่มาก ทำให้เธอไม่จำเป็นต้องเผชิญกับความอับอายมากไปกว่านี้

"ถ้าออกไปก็โดนจับส่งกลับเดิร์มแสตรงสิคะ หนูไม่เอาด้วยหรอก" เด็กสาวบ่นอุบอิบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามศจ.หญิง "เข้าใจว่าออสมันด์นำอาจารย์มาพบหนูเหรอคะ?"

"ใช่แล้วล่ะ เจ้ากานั่นมาเซ้าซี้'จารย์อยู่ 3 วัน จะเดินไปไหนก็คอยบินตามอยู่ตลอด" เวรอช์ก้ามองไปทางอีกาตัวสีดำเกาะอยู่มุมห้อง ดวงตาสีดำขลับของมันจ้องมาทางทั้งคู่ตลอดเวลา "วันที่ 4 ชั้นถึงจะเข้าใจภาษาท่าทางของมัน จนกระทั่งมันนำจนมาเจอในคืนนี้แหละ ดูท่าทางจะเป็นห่วงเธอมากเลย รู้หรือเปล่า?"

เป็นห่วง... หรือกลัวจะคลาดสายตากันแน่นะ? เอริก้าคิด เธอคว้านมน้ำผึ้งมาดื่มจนหมด ก่อนจะเริ่มถามคำถามสำคัญที่เธอยังกังวลอยู่ไม่วาย

"หนูโดนอาจารย์พบแล้ว" เอริก้ายิ้มเศร้าๆ เอ่ยถามอาจารย์หญิงด้วยเสียงอ่อน "หนูจะโดนส่งกลับเดิร์มแสตรงไหมคะ?"

"นั่นมันเป็นปัญหาอยู่" เวรอช์ก้าตอบ ท่าทางใช้ความคิด "ตามระเบียบจริงๆต้องเป็นคนที่มีรายชื่อเท่านั้นที่จะถูกส่งไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ฮอกวอร์ต ถ้าว่าตามนั้น'จารย์ก็จะต้องส่งเธอกลับทันทีโดยไม่มีข้อแม้ มิสอิกนาเซีย"

สีหน้าของเอริก้าสลดลงทันที ดวงตาทั้งสองข้างสั่นเทาเหมือนกำลังจะร้องไห้ให้ได้ เวรอช์ก้าสังเกตเห็นท่าทีของเธอจึงเริ่มพูดต่อ

"แต่ว่า..."

"แต่ว่า?"

"ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือแต่ละเที่ยวมันก็หนักหนาเอาการอยู่ ถ้าจะให้หักหัวเรือตอนนี้เพื่อนำตัวเธอกลับไปเดิร์มแสตรงล่ะก็ชั้นคงจะโดนครูใหญ่ดุจนหูชาแหงๆ เพราะฉะนั้นแล้ว เธอก็ต้องมาด้วยกันกับเราอยู่ดี"

"แล้วเกี่ยวกับรายชื่อ?" สีหน้าของเอริก้ายังแฝงความกังวลอยู่

"ดูนี่นะ" ศจ.หญิงยิ้ม เธอเปิดกระเป๋าหนังข้างตัว หยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมากางบนโต๊ะ เอริก้าก้มลงมองตามอย่างสนใจ ในเอกสารมีใจความว่าด้วยรายชื่อของนักเรียนแลกเปลี่ยนเดิร์มแสตรง/ฮอกวอร์ต ที่ท้ายรายชื่อมีข้อความเขียนด้วยน้ำหมึกสีแดงอยู่ เวรอช์ก้าชี้นิ้วไปที่ข้อความนั้น

"เธอรู้จักมิสเตอร์ ซิกเกิร์ด เมดาลาใช่ไหม?"

เอริก้าพยักหน้า

"เขาติดธุระบางอย่าง มาไม่ได้ ก็เลยสละสิทธิ์ไป สรุปว่าบนเรือ และฮอกวอร์ต มีที่ว่างสำหรับนักเรียนอีกคนหนึ่งเต็มๆ" เวรอช์ก้ายิ้ม

"หมายความว่า" เอริก้าสีหน้าชื่นมื่นขึ้น

"หมายความว่าถ้ารายชื่อนี้เปลี่ยนเป็นเธอ..." เวรอช์ก้าไม่ว่าเปล่า เธอชูคฑาขึ้น เปล่งถ้อยคำในใจครั้งหนึ่งก่อนชี้คฑาลงไปบนเอกสาร ทันใดนั้นหมึกสีแดงก็จางหายไป และรายชื่อนั้นก็เปลี่ยนจาก 'ซิกเกิร์ด เมดาลา' เป็น 'เอริก้า อิกนาเซีย'  "...เธอก็กลายเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโดยสมบูรณ์ ยินดีด้วย"

เอริก้าน้ำตาคลอเบ้า เธอกระโดดกอดอาจารย์หญิงร่างใหญ่ด้วยความดีใจ
"ขอบคุณค่า อาจารย์!!!!"

"แต่ว่า..." ศจ.หญิงถอนใจพลางมองลงมาที่เด็กสาว "ทำอย่างนี้มันอันตรายนะ วันหลังถ้ามีอะไร'จารย์อยากให้เธอคุยกับพวกอาจารย์ก่อน อย่าทำอะไรแบบนี้อีก เข้าใจไหม?"

เอริก้ายิ้มและพยักหน้า

"แล้วพรุ่งนี้เธอต้องไปวิ่งวนรอบดาดฟ้าเรือ 20 รอบ ถือเป็นการลงโทษจากฉัน... มิสอิกนาเทีย" เวรอช์ก้ากล่าวสำทับ

"ค่า..." เอริก้าตอบด้วยน้ำเสียงผิดหวังเล็กน้อย

"เอาล่ะ ถ้ากินอิ่มแล้วก็รีบไปนอนเอาแรงซะ อีก 2-3 วันเราก็จะถึงฮอกวอร์ตแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมด้วยล่ะ" อาจารย์พูด พลางปลีกตัวออกจากโรงอาหาร

"อาจารย์คะ" เอริก้าร้องถาม "เกี่ยวกับซิกเกิร์ด..."

"ซิกเกิร์ดไม่มีปัญหาหรอก ถ้าเธอคิดเสียดายแทนเขาก็ไม่จำเป็น"  เวรอช์ก้าว่า "ซิกเกิร์ดเป็นเด็กเกเรแถมยังซื่อบื้อ ความจริงที่ชื่อของเด็กนั่นมาโผล่ในโผได้ก็คงเป็นเพราะมีอาจารย์บางคนอยากให้เค้าหายไปจากโรงเรียนสักระยะหนึ่งนั่นแหละ แต่ใครจะรู้ว่าถ้าซิกเกิร์ดไปอยู่ที่ฮอกวอร์ตจะทำให้โรงเรียนเราเสียชื่อเสียงมากขนาดไหน ได้เธอมาแทนแหละดีแล้ว"

"ผลการเรียนของหนูก็ไม่ได้ดีนักหรอกค่ะ..." เอริก้าตอบอย่างถ่อมตัว

"ใช้เวทหายตัวได้อย่างแนบเนียน แปลงกายเป็นสัตว์วิเศษได้ในอายุเท่านี้ ไม่เรียกเก่งแล้วจะเรียกว่าอะไร?" เวรอช์ก้าตอบ ทำให้เอริก้าหน้าแดงวูบ "เอาล่ะ ฉันง่วงแล้ว รีบไปพักผ่อนนะ ราตรีสวัสดิ์"


เมื่ออาจารย์คล้อยหลังไป เด็กสาวก็ได้แต่ทรุดนั่งบนเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า ผลที่ออกมาดีกว่าที่คิด เธอไม่ต้องถูกเตะกลับไปเดิร์มแสตรง แถมยังได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่ฮอกวอร์ตอีก

เอริก้ารวบถ้วยชามและแก้วน้ำเข้าด้วยกันเพื่อนำไปเก็บบนกระบะทำความสะอาด เวลานี้แทบจะไม่มีคนงานเหลืออยู่เธอจึงต้องล้างมันด้วยตัวเอง

ขณะทำความสะอาดภาชนะ ในใจเธอคิดถึงเรื่องอีกอย่างหนึ่ง...

"ขอโทษนะ ซิกเกิร์ด..."

...........................

"เรือออกไปเมื่อไหร่นะ?" ซิกเกิร์ดนิ่วหน้า เขาต้องการคำตอบจากนายท่า เดี๋ยวนี้

"รอสักครู่นะครับคุณหนู" นายท่าปาดเหงื่อ ก้มเงยค้นหาทะเบียนบันทึกการเดินเรือเจ้าปัญหา

"อย่ามาเรียกฉันว่าคุณหนู! ถ้าไม่อยากไปปลูกต้นคริสตร์มาสที่กรีนส์แลนด์ก็ตอบคำถามมาซะดีๆ!!" เด็กหนุ่มหน้าแดงด้วยความหงุดหงิดร้องตะโกนออกมา

"ขอรับนายท่าน!" นายท่าสะดุ้งสู่ท่าเหยียดตรงโดยไม่รู้ตัว สักครู่หนึ่งเขาก็หยิบสมุดปกหนังเล่มสีน้ำตาลออกมาจากชั้นวางเอกสาร ถอนหายใจ แล้วจึงนำมันมาวางลงบนโต๊ะ เริ่มกรีดมือไปบนกระดาษที่เต็มไปด้วยชื่อและวันเวลา

"เจอแล้วขอรับ" นายท่าเอ่ยอย่างโล่งอก ตั้งใจจะดูให้แน่ใจแต่เด็กหนุ่มกลับคว้ามันไปดูเสียเอง

"5 วันแล้ว? ...เป็นไปได้ไง?" ซิกเกิร์ดครางออกมา สายตาพลันสังเกตเห็นบางสิ่ง "ขาด 1 คน? นี่มันอะไร? ถ้าพวกแกรู้แล้วว่าขาดฉันแล้วทำไมไม่มีใคร..."

"มีคนทำหนังสือแจ้งมาว่าจะมีคนที่ติดธุระจึงสละสิทธ์ไม่ขึ้นเรือ 1 คนขอรับ" นายท่าชี้ลงบนข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีแดงที่ท้ายหน้าทะเบียน ฉับพลันก็มีเอกสารแผ่นหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือข้อความนั้น ซิกเกิร์ดไม่พลาดที่จะคว้ามันขึ้นมาดูให้เห็นกับตา

"นี่มันลายมือของชั้น..." ซิกเกิร์ดอุทานอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

"ขอรับ เราเอาหนังสือนี้ไปยืนยันกับนายทะเบียนของเดิร์มแสตรงแล้วตรงกันกับลายมือชื่อของนายท่าน เราจึงปล่อยให้ออกเรือได้" นายท่ากระแอมครั้งหนึ่ง สายตามองไปยังเด็กหนุ่มด้วยความสมเพชระคนเห็นใจ

"แล้วชั้นเขียนเอกสารนี้เมื่อไหร่...? ไม่สิ แล้วทำไมชั้นถึงหายจากบ้านไปโผล่อยู่กลางป่าแถวสตอกโฮล์ม...? "

"ทำไมชั้นถึงจำอะไรก่อนหน้านั้นไม่ได้เลย?"

............................

การเดินทางในทะเลเป็นสิ่งทีเป็นความปรารถนาอย่างหนึ่งของเธอ เส้นของฟ้าที่กว้างไกลไม่รู้จบ ภาพพระอาทิตย์ยามลับขอบฟ้าและสีส้มอันสวยงามของท้องฟ้ายามเย็นเป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันถึง แต่มันก็คงเป็นได้แค่ความใฝ่ฝันต่อไปในเรือโดยสารของเดิร์มแสตรงที่เดินทางด้วยการดำน้ำ

ในเวลานี้ ที่พักของเธอถูกย้ายมาจากห้องสัมภาระที่อับชื้นหนาวเหน็บ มาสู่ที่นอนนุ่มๆ และผ้านวมอุ่นๆ นอกหน้าต่างแม้ไม่ได้เห็นท้องฟ้า แต่ก็ได้เห็นสรรพสิ่งใต้ทะเล เธอคิดว่าเห็นฝูงซาร์ดีนและปลาวาฬว่ายผ่านหน้าต่างเป็นพักๆ... นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน

เอริก้าหาวเบาๆ ท้องอิ่ม เตียงที่อบอุ่น ทำให้ความง่วงค่อยๆคลืบคลานดึงเธอเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ เด็กสาวขดตัวเข้ากับผ้านวม ดวงตาเริ่มหรี่ลงทุกที

ก่อนหลับตา เธอสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ในใจตนเอง

ออสมันด์ยังคงเป็นปัญหาเหมือนเดิม อาจจะเป็นปัญหาต่อสิ่งที่ฉันจะทำในอนาคตได้ สิ่งแวดล้อมใหม่อาจจะทำให้มันทำงานได้ยากขึ้น

อาจารย์เวรอช์ก้าเป็นผู้หญิงที่ดี ดูโผงผางน่ากลัว แต่ก็อบอุ่น ใจดีและไว้ใจได้ ...ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ'ตระกูล' และคงจะไม่รู้เบื้องหลังของเรา ...ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก่อนดีกว่า

นักเรียนที่มาด้วยมีแต่คนไม่คุ้นหน้า นอกจากรุ่นพี่อนาสตาซิยาห์ กับ เจ้าหนูอาเรย์แล้วเราไม่รู้จักสักคน เป็นเรื่องที่ดี และไม่ดี อาจจะต้องระวังตัวสักหน่อยเวลาเข้าหาคนพวกนี้ 

ขอโทษนะซิกเกิร์ด ต้องขอบคุณเธอที่'แผนสอง'ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เธอจะได้ไม่ต้องเสียโอกาสโดยเปล่าประโยชน์

ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ฝึก ออบลิเวียต มาจนชำนาญขนาดนี้

เพียงแค่รู้เคล็ดลับเล็กน้อย พ่อมดคนไหนก็สามารถลบความทรงจำของใครก็ได้ จะเป็นความทรงจำเกี่ยวกับอะไร จะยาวนานแค่ไหนก็ได้...

ไม่รู้ป่านนี้หมอนั่นจะรู้ตัวหรือยัง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกแล้ว


ต่อไปจากนี้ต่างหาก...
 
...........................................................
 
บทนำน่าจะสื่อภาพตัวละครของเอริก้าได้ดีขึ้น ว่าเธอเป็นคนตอหลดที่ภายนอกแลดูเหมือนเด็กหญิงร่าเริงธรรมดา แต่ในใจก็มีหลายอย่างที่เก็บไว้คนเดียวและทำได้เกือบทุกอย่างเพื่อให้บรรลุผลที่หวัง แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นคนเลวแต่ต้นทำให้มีเส้นเขตแดนที่ก้าวข้ามไม่ได้อยู่ในใจ
 
อาห์ แล้วเอริก้าจะมาทำอะไรที่ฮอกวอร์ต? เป้าหมายของเธอคืออะไร? เธอจะทำให้โรงเรียนที่ปั่นป่วนอยู่แล้วปั่นป่วนขึ้นหรือไม่? หรือสุดท้ายแล้วเธอจะสนุกกับชีวิตที่ไร้ความกังวลจนลืมเป้าหมายจนหมดสิ้น?
 
โปรดติดตามตอนต่อไป :D
 
 
อนึ่ง twitter ที่ @EHi2twit จะมีแม่นางมา roleplay เป็นบางโอกาส บ่อยครั้งที่จะเอาอะไรจาก roleplay มาใส่ใน fiction (เป็น idea fishing อย่างหนึ่ง)
อสอง เค้าอยากวาด comic ได้ว่ะครับ!!!! 

edit @ 15 Jan 2011 23:15:10 by Horus