[...จะได้ไม่ลืม]
วันนี้เป็นวันตรุษจีน
หมาที่บ้านผมตาย
มันชื่อบิ๊กบี้ (น้องสาวคนเล็กตั้งชื่อให้) เป็นสุนัขบางแก้วพันธุ์ไม่แท้เท่าไหร่
บิ๊กบี้ชอบฟัดกับงูเห่าที่มักจะเจอในบ้านสวนของผมเสมอ เป็นหมาฆ่างูประจำบ้านที่ฟัดงูมาแล้วเกือบ10ตัว
ผมคิดว่ามันโดนงูกัด
มันไม่ได้แสดงอาการอะไรให้เห็น บาดแผลก็ไม่เห็น เรารู้ว่ามันมีปัญหาก็เมือมันนอนนิ่งอยู่กลางสวนที่บ้านไม่ขยับเขยื้อน
ไปดูใกล้ๆ ตาของมันเบิ่งค้าง ไม่หายใจแล้ว
----------------------------------------
บิ๊กบี้กับผมไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่... แต่มันก็ยอมรับในความมีตัวตนของผม
เวลาเดินผ่านก็เห่าบ้างแต่พอไปใกล้ๆก็จะกระดิกหางเดินเข้ามาทักทาย แต่ก็นั่นแหละ พอเริ่มจะเกาคางเกาพุงเมื่อไหร่มันจะถอยกรูดออกไปทันที
เป็นหมาที่มีโลกส่วนตัวสูง
ปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดของเราคือการเอาอาหารไปให้มันกินในบ้างครั้ง เฉพาะช่วงที่ผมได้มีเวลาเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้าน
แต่กระนั้นผมก็ยังรู้สึกอาลัยอยู่ดี ยิ่งรู้สึกแย่เมื่อได้เห็นมุมที่มันเคยอยู่ กับถาดอาหารประจำตัวและสายผูกคอที่ไม่มีเจ้าของอยู่ตรงนั้น
ผมขณะที่ผมนั่งคุกเข่ามองร่างของบิ๊กบี้ ผมยินเสียงครางหงิงมาจากด้านข้างของผม
มันเป็นสุนัขบางแก้วเช่นกัน ดูเหมือนจะเป็นพันธุ์แท้(เขาว่าอย่างนั้น) มันมีลายสีดำพาดบนหน้าจนยากที่จะมองเห็นหน้าตามันในความมืด
ถ้าเป็นวันก่อนๆหน้านี้ ผมคงจะสะดุ้งถอยออกไป
แต่วันนี้ ผมเอื้อมแขนคว้ามันมากอด
----------------------------------
มันชื่อ "หมี" (น้องสาวคนเล็กของผมตั้งชื่อให้เช่นกัน - ผมหลุดขำในครั้งแรกที่ได้ยิน หมา ชื่อ หมี...)
หมีเป็นหมาที่เรารับมาในช่วงตรุษจีน - ช่วงเวลานี้ - เมื่อปีที่แล้ว ครั้งแรกที่เราเห็นมันเป็นน้องหมาตัวเล็กตาแป๋วหน้าตาน่าเอ็นดูมาก แต่หน้ามันค่อนข้างสั้นและกว้างออกด้านข้างประกอบกับขนบนใบหน้าสีดำ อาจจะเป็นสาเหตุของชื่อหมีก็ได้
ผมสนิทกับหมีในช่วงแรกที่เราเจอกัน (อย่างน้อยก็ในความคิดของผม) หมีในเวลานั้นเป็นลูกหมาที่ขี้ง่วงมาก มันชอบเดินไปนอนในที่ต่างๆ แต่ผมก็ชอบอุ้มมันมานอนต่อบนตักในขณะที่ผมนั่งทำงาน
ผมอยู่กับมันได้ไม่ถึงอาทิตย์ ก็ต้องเดินทางไปทำงานต่อที่กรุงเทพ ก็เลยไม่ได้เจอกันอีกเลย
จนกระทั่งช่วงปลายปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้กลับมาบ้านอีกครั้ง ได้เจอกับหมาที่ชื่อหมี (เรียกชื่อเฉยๆพาลจะสับสนว่าผมเจอหมาหรือเจอหมี... อืม ยิ่งพูดยิ่งงง)
ตอนนี้มันเติบโตสูงใหญ่เท่าที่บางแก้วจะสูงได้ กลายเป็นบางแก้วหนุ่มเต็มตัว ผมตั้งใจจะเข้าไปลูบหัวทักทายมัน...
คราวนี้มันแยกเขี้ยวใส่ผม
ผมเจอหมามานักต่อนักแล้วและผมก็พอรู้ว่าเสียงเห่าแบบนี้มันไม่ใช่เห่าต้อนรับ เห่าดีใจ หรือเห่าคนแปลกหน้าเฉยๆ
มันเป็นการเห่าเพื่อเตือนก่อนจะกัดครับ...
ผมถอยกรูดกลับมาอย่างไม่เป็นขบวน พ่อเล่าให้ฟังว่าหมีได้ฝากรอยเขี้ยวไว้กับใครก็ตามที่เดินทะเล่อทะล่าเข้าบ้านเรามานักต่อนักแล้ว และผมอาจจะกลายเป็นหนึ่งในนั้น
มันจำผมไม่ได้...
ยุทธการตีสนิทจึงเริ่มขึ้นในทุกๆครั้งที่ผมมีโอกาสได้กลับบ้าน ด้วยมายาเล่ห์กลต่างๆที่มนุษย์พอจะสรรหามาตีสนิทกับหมาได้ เดินมาเจอมันพร้อมกับคนที่บ้านบ้าง ให้อาหารมันบ้าง (ต้องระวังมือทุกครั้งเพราะมันทำท่าจะงับมืออยู่เรื่อย...)
หลังจากความพยายามมานาน ในที่สุดในวันที่ 2 กุมภาพันธ์เวลา 22 นาฬิกาเศษ ผมก็ทำสำเร็จ! ผมสามารถลูบหัว เกาคาง เกาพุง ถอนหมัดบนตัวหมีได้โดยมันไม่แสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์อีกแล้ว!!!
-----------------------------------------
เราพบร่างของบิ๊กบี้ในวันเดียวกัน ก่อนเที่ยงคืนนิดเดียว... สารภาพว่าช๊อค
เมื่อไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผมเพิ่งจะดีใจเพราะสัตว์เลี้ยง เวลานี้ผมกำลังเสียใจเพราะสัตว์เลี้ยงอีกตัว เหมือนกับผมกำลังดูหนังเรื่องหนึ่งที่พระเอกสารภาพรักกับนางเอกได้สำเร็จ แต่นางเอกกลับมารถคว่ำตายในอีก 2 ฉากให้หลัง
ผมนั่งมองร่างของบิ๊กบี้อยู่พักใหญ่ๆ หมีก็มองไปทางนั้นเหมือนกัน
ผมไม่แน่ใจว่ามันกำลังรู้สึกอะไร
มันอาจจะกำลังสับสนที่เห็นลูกพี่ของมันนอนนิ่งไม่ขยับ ไม่เห่า ไม่ทะเลาะกับมันอีก ผมไม่รู้ว่ามันเข้าใจความหมายของความตายหรือเปล่า แต่มันก็นั่งอยู่ตรงนั้น ส่งเสียงครางหงิงเบาๆ
ผมคว้าหมีมากอดแน่น หมาชื่อหมีที่เคยพยายามงับขาผมอยู่เรื่อย ในเวลานี้ยอมให้ผมกอดโดยไม่ขัดขืน...
ผมเสียใจ
แต่ผมก็รู้สึกโชคดีที่ผมมีเพื่อนอยู่ใกล้ๆ
(RIP)
edit @ 3 Feb 2011 02:28:06 by Horus